CRUTD|ARCHIVES

  • home
  • /
  • blog - บทสรุป 5 เกมส์แรกโตโยต้า ไทยลีก 2018 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

บทสรุป 5 เกมส์แรกโตโยต้า ไทยลีก 2018 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด


 

“ผ่าน 5 นาทีแรกของเกมส์ทั้ง 2 ทีมยังคงไม่มีจังหวะจะแจ้งในการลุ้นโอกาสทำประตู ยังคงเสมอกันอยู่ 0-0” บ่อยครั้งที่ผมเริ่มพิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ดระหว่างนั่ง Live สดรายงานการแข่งขันของทีมอยู่บน Press Zone ทุกสนาม นั่นเป็นเพราะช่วงเวลาเริ่มเกมส์เป็นช่วงที่ทั้งสองฝ่ายต้องมีสมาธิกับเกมส์สุดๆ จะหลุดหรือเสียสมาธิจนอาจจะนำมาซึ่งการเสียประตูในช่วงนี้ ถือว่าเป็นหายนะขนาดย่อมๆเลยก็ว่าได้

เฉกเช่นเดียวกับฟอร์มของ”กว่างโซ้งมหาภัย”สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในศึกการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก2018

ผ่านไปแล้ว 5 นัดของการแข่งขัน โดยในปีนี้ทุกทีมต่างตั้งความหวังในการคว้าแชมป์มาครองให้ได้ เรียกได้ว่า”เราก็เอาเขาก็เอา”สถานการณ์ของ”กว่างโซ้งมหาภัย”สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ในปีนี้ก็ต่างหวังคว้าแชมป์มาให้ได้และรวมไปถึงการป้องกันแชมป์ เอฟเอคัพ อีกด้วย

         ผ่านไปแล้ว 5 นัด สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังคงอยู่ในอันดับที่ 8 ของตาราง โดยชนะ 2 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด มี 8 คะแนน ทำแต้มตามหลังทีมนำอย่าง”ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพียง 5 คะแนน

 

          นัดแรกของฤดูกาล ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา เปิดรัง สิงห์ สเตเดียม รับการมาเยือน "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ซึ่งในเกมส์นี้เป็นทางฝั่ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่โชว์ฟอร์มในบ้านได้อย่างเหนือกว่า เปิดบ้านเฉือนชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 จากการทำประตูของ วิคเตอร์ คาร์โดโช่ ปราการหลังร่างยักษ์ที่คว้าตัวมาจาก อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นการจั่วหัวออกมาได้อย่างสวยงาม โดยการเก็บ 3 แต้มแรกในบ้านไว้ได้อย่างสำเร็จ

 

          จากนั้นเกมส์นัดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องออกไปเยือนเป็นนัดแรกของฤดูกาล ในถิ่นของ "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ซึ่งในฤดูกาลนี้ สุโขทัย เอฟซี ทีมฟอร์มแรงที่ เริ่มฤดูกาลเหมือนคนถูกหวย เมื่อได้กองหน้าจอมสังหารตัวใหม่อย่าง เนลสัน โบนีญ่า ซึ่งในเกมส์วันนั้น ทำเอาแนวรับของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ค่อนข้างป่วนหลายครา ซึ่งก็เป็นไปตามคาด โบนีญ่า ควง เอ็นจิวา มาร์ตินคู่หูแดนหน้า ซัดคนละตุงทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แพ้ไปด้วยสกอร์ 2-0

 

         จากการอกหักในถิ่นของค้างคาวไฟมาทำให้อเล็กซานเดร กาม่า กุนซือใหญ่ของทัพกว่างโซ้งฯต้องกลับมาทำการบ้านให้หนักกว่าเดิมเพราะต้องกลับบ้านเล่นในบ้านพบกับ "มังกรโล่ห์เงิน" โปลิศ เทโร เอฟซี ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ในวันนั้นเหมือนอะไรก็ไม่เป็นใจ ซึ่งสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้แค่เพียงแบ่งแต้มเท่านั้นโดยการเสมอด้วยสกอร์ 1-1 ทั้งที่เป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำก่อนจากการประเดิมประตูแรกในสีเสื้อสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดของเนบิญ่า บายรัม แนวรุกชาวโคโซโว

 

        และใครจะไปคิดว่าศึกใหญ่ของฤดูกาลจะมารวดเร็วขนาดนี้ เมื่อทัพกว่างโซ้งฯต้องออกไปเยือนถิ่ินของ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งกันเกมส์วันนั้นทั้งสองทีมต่างแลกกันบุกอย่างสนุกและกินกันไม่ลงสุดท้ายก็ต้องแบ่งแต้มกันไปด้วยผลเสมอ 1-1 โดยสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดได้ประตูนำไปก่อนตั้งแต่ไก่โห่ในนาทีที่ 12 จาก”ซ้ายสั่งตาย”ศิวกรณ์ เตียตระกูล ก่อนจะมาโดนยิงตีเสมอจากฝีเท้าของแจ๊คสัน”จาจ้า”โคเอลโญ่ในช่วงท้ายครึ่งแรก ผลเสมอจากเอสซีจี สเตดี้ยมถือว่าเป็นการได้แต้มแรกของทัพกว่างโซ้งฯที่ฉกมาได้จากถ้ำกิเลนผยอง แต่ถ้ามองถึงโอกาสในการทำประตูในนัดนั้น ก็อดเสียดาย 2 แต้มที่เราทำหล่นไปไม่น้อยเหมือนกัน

 

และนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 กับเกมส์ที่มีความกดดันมากที่สุดเพราะที่ผ่านมานั้นทัพกว่างโซ้งถือว่าโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีนัก จึงทำให้ในเกมส์เปิดบ้านรับการมาเยือน "ราชันมังกร" ราชบุรี มิตรผล เอฟซี นี้จึงต้องทำการบ้านกันอย่างหนักมากไม่ว่าจะเป็นทีมสต๊าฟโค้ชและนักเตะ ซึ่งเกมส์ในวันนั้นก็เป็นไปตามที่หลายคนคาด สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สามารถคว้า 3 แต้มในบ้านได้อีกครั้งด้วยการชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยสกอร์ 2-0 จากการเหมายิงของเนบิญ่า บายรัม ทำให้ผลรวมการกระหน่ำประตูของเจ้าตัวเพิ่มไปเป็น 3 ประตูเข้าไปแล้ว

        จากเกมส์ 5 นัดที่ผ่านมารูปแบบการเล่นโดยรวมของทีมยังถือว่า”ลุ่มๆดอนๆ“ โดยเฉพาะในเกมส์รุกที่ขาดความเฉียบคม คงต้องฝากความหวังไว้ที่ผู้เล่นแนวรุกอย่างเคลตัน ซิลวา,เนบิญ่า บายรัม รวมถึงกำลังหนุนชั้นดีที่กำลังรอโอกาสเรียกใช้งานจากกุนซืออเล็กซานเดร กาม่าอยู่อย่าง จอ โค โคและอัครวินท์ สวัสดี

ในเกมส์ 5 นัดต่อจากนี้ โดยวันที่ 17 มีนาคม 2561 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด จะทำการออกไปเยือน "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ซึ่งในปีนี้ถือว่าทำผลงานได้ไม่ค่อยสู้ดีนักเท่าไหร่โดยลงเล่น 5 นัด ชนะ 1 นัด เสมอ 3 นัด แพ้ 1 นัด คาดว่าทัพกว่างโซ้งฯคงจะคว้า 3 แต้มกลับมาได้ไม่ยาก

            จากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้านพบกับ "นกใหญ่พิฆาต" ชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมที่เพิ่งเมื่อครั้งหนึ่งเคยขึ้นมาในเวทีลีกสูงสุดเช่นกันแต่นกใหญ่ในวันนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนเพราะขุมกำลังค่อนข้างที่จะอ่อนกำลังลงไปอย่างมาก คาดว่าทัพกว่างโซ้งฯคงจะหักปีกนกใหญ่ในบ้านได้ไม่ยาก ก่อนจะเจอศึกใหญ่ในการไปเยือน "แข้งเทพ" ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมที่เป็นคู่ปรับตัวฉกาจโดยในปีนี้ แข่งเทพ ได้คว้าตัวเด็กเก่าของทัพกว่างโซ้งในตำแหน่งแนวรุกอย่าง วานเดอร์ หลุยซ์ และตำแหน่งแนวรับอย่าง เอเวอร์ตัน ซาตูร์นิโน่ ซึ่งเราก็เห็นผลงานในปีที่ผ่านมาแล้วว่า 2 คนนี้มีความอันตรายมากเพียงใดถ้าในเกมส์วันนั้นทัพกว่างโซ้งฯเล่นกันอย่างเต็มที่ผลที่ออกมาด้วยการเสมอก็ไม่ถือกับว่าน่าเกลียดเท่าไหร่นัก

           ส่วนในเกมส์เปิดบ้านพบ "โลมาน้ำเงิน" พัทยา ยูไนเต็ด และ เกมส์ออกไปเยือน "อินทรีทัพฟ้า" แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี โดยถ้าหาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สามารถยังคงรักษาฟอร์มการเล่นได้ตามนี้ตำแหน่งในหัวของตารางก็คงจะไม่น่าพลาดชัยชนะและสามารถยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญการเล่นที่ไม่ประมาทคู่แข่งทุกทีมที่ต้องเผชิญ คือสิ่งที่ขุนพลกว่างโซ้งฯต้องระลึกอยู่เสมอ ยามที่ต้องลงสนาม

และในบั้นปลายทัพกว่างโซ้งฯจะผงาดตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ได้หรือไม่ มาติดตามและคอยเชียร์ให้กำลังใจไปด้วยกันนะครับ